วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หวิดบึ้ม!18ล้อชนรถแก๊สLPG10ตันรั่ว


หวิดบึ้ม!18ล้อชนรถแก๊สLPG10ตันรั่ว

เกิดเหตุ รถบรรทุกแก๊ส แอลพีจี กว่า 10 ตัน เลี้ยวตัดหน้า รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ เบรกแตก พุ่งชนอย่างจัง จนถังแก๊สรั่ว หวิดเกิดโศกนาฏกรรม

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ก.ค. พ.ต.ต.คม เหล่าบุตรสา สารวัตรเวร สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ ชนรถบรรทุกแก๊ส ที่บริเวณถนนรถรางเก่า ปากทางเข้าซอยวัดมหาวงษ์ หมู่ 5 ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลสำโรงเหนือ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีแดงทะเบียน 70 - 6696 สมุทรปราการ ด้านหน้าชนเข้าด้านข้างของรถสิบล้อยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 78 -2762 กทม. ซึ่งเป็นถังบอลลูนภายในมีแก๊สแอลพีจี ขนาด10 ตัน ของบริษัท ปตท. อยู่ภายในถังและมีแก๊สรั่วไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ได้กันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากที่เกิดเหตุพร้อมทำการตัดกระแสไฟฟ้าบ้านเรือนในละแวกใกล้ที่เกิดเหตุ และปิดการจราจรทั้งสองฝั่งไม่ให้รถผ่านไปมา เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดประกายไฟ จนเป็นเหตุให้ถังแก๊สรระเบิดได้ ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ทำการฉีดน้ำเลี้ยงสกัดประกายไฟตลอดเวลา ก่อนที่จะประสานผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ปตท. เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่า ระบบวาล์วแก๊สด้านข้างตัวรถ ซึ่งอยู่ด้านในเกิดการชำรุดได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก ทำให้แก๊สที่อยู่ในท่อส่งเกิดการรั่วไหล เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดวาล์วฉุกเฉิน เพื่อระบายแก๊สที่ตกค้างอยู่ในท่อส่งแก๊สออกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงระบายแก๊สออกจากท่อส่งได้หมด โดยใช้เครื่องมือทำการตรวจสอบปริมาณแก๊สในอากาศบริเวณจุดเกิดเหตุ จนแน่ใจว่าปลอดภัย จึงทำการเคลื่อนย้ายรถทั้งสองคันออกจากกัน
          จากการสอบสวนนายธวัชชัย สว่างเมฆ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/257 แขวง/เขตลาดกะบัง กทม. คนขับรถแก๊สคันดังกล่าว ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถบรรทุกแก๊ส แอลพีจี คันดังกล่าวบรรทุกแก๊ส แอลพีจี ประมาณ 10 ตัน เพื่อที่จะนำไปส่งที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ภายในซอยวัดมหาวงษ์ พื้นที่ตำบลสำโรงใต้ อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ ในขณะที่ตนเลี้ยวรถเพื่อที่จะเข้าซอยดังกล่าว รถพ่วงสิบแปดล้อ ที่วิ่งมาจากถนนปู่เจ้าสมิงพราย ได้พุ่งชนเข้าที่บริเวณข้างรถทางด้านซ้ายอย่างแรง จนทำให้แก๊สในถังเกิดการรั่วไหลออกมา ตนและชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงต่างพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน 
          ด้านนายประสาน มาดี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/12 ม.10 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ คนขับรถพ่วง18 ล้อ ได้ให้การว่า ในขณะที่ตนขับรถพ่วงคันดังกล่าวมาจากถนนปู่เจ้าสมิงพราย เลี้ยวเข้ามาทางถนนรถรางเก่าเพื่อเดินทางกลับไปที่คลองเตย มาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นปากทางเข้าซอยวัดมหาวงษ์ รถบรรทุกแก๊สคันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าซอยวัดมหาวงษ์อย่างกะทันหันตัดหน้ารถตนอย่างกระชั้นชิด ตนได้เหยียบเบรกเต็มที่ แต่ปรากฏว่าน้ำมันเบรกเกิดรั่ว ทำให้เบรกแตกไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงได้พุ่งชนเข้ากลางลำรถบรรทุกแก๊สคันดังกล่าวอย่างแรง จนเกิดแก๊สรั่ว 
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถทั้งสองมาทำการสอบสวนที่โรงพักอีกครั้ง เพื่อหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

http://www.komchadluek.net/detail/20120726/136198/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1!18%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%8A%E0%B8%AALPG10%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7.html#.UBIItmGdAcd

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดหลุมยุบขนาดกว้างกว่า 6 เมตร ลึก 5 เมตร บนถนนเซียงเจียง ในเขตเถียนซิน ในเมืองฉางซา มณฑลหูหนานของจีน เป็นเหตุให้รถยนต์ BMW ร่วงหล่นลงไป
ทั้งนี้เมื่อหน่วยกู้ภัยไปถึง มีผู้อยู่ในหลุม 4 คน โดย 2 คนสามารถปีนบันไดขึ้นมาจากหลุมได้สำเร็จ ขณะที่อีก 2 คนบาดเจ็บสาหัส โดย 1 คนติดอยู่ในรถยนต์ การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก ใช้ได้เพียงบันได เพราะเจ้าหน้าที่เกรงว่าหากใช้อุปกรณ์อื่นช่วยอาจทำให้พื้นถนนทรุดตัวอีก
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ผู้เคราะห์ร้ายทุกคนถูกนำตัวขึ้นมา 3 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนผู้ที่ติดอยู่ในรถนั้นเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ทางการได้สั่งปิดถนนชั่วคราวเพื่อตรวจสอบสาเหตุของหลุมยุบในครั้งนี้

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พี่น้องครับ น้องที่ทำงานเจอลักษณะนี้จะต้องทำอย่างไรดีครับ 
เป็นปีี ๆ ที่น้องที่ทำงานต้องเจอและก็ยังหาไม่เจอและก็ไม่รู้ว่าเป็นใครด้วย
ใครพอมีความสามารถตอบโจย์นี้ได้กรุณาช่วยน้องเขาหน่อย
นานเกินไปเกรงจะเกิดอันตรายได้



วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

พญาไท ๓๑๔ ฅนของประชาชน วันนี้ ๒๘ พค. ๕๕ พญาไท ๓๑๔ ไปช่วยเป็นวิทยากรให้ศูนย์ ในสังกัด ปรากฏว่าเกิดอาการวูบบนเวที ทีมงานได้พาไปส่งที่ รพ.บุรีรัมย์ ตรวจพบว่าเส้นโลหิตในสมองแตก ครับ... ในการนี้ผมใคร่ขอกำลังใจทีมงานและศิษย์ทั้งหลายจงช่วยกันบำเพ็ญบุญ ภาวนาให้พญาไท ๓๑๔ จงอยู่รอดปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรงโดยเร็ววันด้วย


เล็งเดินทางเยี่ยมแรงงานพม่าที่ทั่วไทย
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 19.00น. วานนี้ (29พ.ค.) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ได้เดินทางถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการมาไทยดังกล่าวเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในรอบ 24ปีของเธอ
โดยการมาเยือนไทpของนางซูจีครั้งนี้ ก็เพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกฯ หรือ WEF ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ขณะเดียวกันก็เพื่อมาเยี่ยมเยือน วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ การแรงงานพม่า และครอบครัวที่มาทำงานในประเทศไทย ซึ่งเธอจะใช้เวลาอยู่ในไทยเพื่อปฏิบัติภารกิจเป็นเวลา 4วัน
สำหรับกำหนดนั้นในวันนี้ (30พ.ค.) เธอจะไปเยี่ยมแรงงานพม่าที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร ก่อนจะกลับเข้าพักในเวลา 14.30น. ที่โรงแรมแชงกรี-ลา.
และล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา นางอองซาน ซูจี ได้เดินทางถึงตลาดกุ้งมหาชัยแล้ว โดยมีชาวพม่านับพันแห่ต้อนรับคึกคัก ขณะที่เธอสวมเสื้อลายดอกเพื่อเยี่ยมและให้กำลังแรงงานในครั้งนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังคุ้มกันเข้ม คาดขึ้นเวทีปราศรัยด้วย

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


29 พ.ค. - เพลิงไหม้ที่ห้างสรรพสินค้าที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ทำให้ชาวต่างชาติอย่างน้อย 19 คนเสียชีวิต ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 13 คน
กระทรวงกิจการภายในของกาตาร์รายงานเด็กที่เสียชีวิตมาจากนิวซีแลนด์ สเปน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และเบนิน ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่สื่อหลายสำนักรายงานว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นในพื้นที่ดูแลเด็กของห้างสรรพสินค้าวิลลากิโอทางตะวันตกของกรุงโดฮา ขณะที่กระทรวงกิจการภายในของกาตาร์ยืนยันเพียงว่าเพลิงเริ่มขึ้นบริเวณประตู 3 และ 4 ในห้างสรรพสินค้าแต่กำลังสอบสวนอยู่
เจ้าหน้าที่ของกระทรวง ระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตไม่มีชาวกาตาร์ ส่วนผู้ใหญ่ 4 คนที่เสียชีวิตเป็นครูและอีก 2 คนเป็นเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือน ขณะที่ผู้บาดเจ็บมี 17 คน เป็นเด็ก 4 คน
ญาติของเด็กวัย 2 ขวบที่เสียชีวิตจากเพลิงไหม้กล่าวว่า ไม่ได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้หรือเห็นเครื่องฉีดน้ำดับเพลิงอัตโนมัติทำงาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของกระทรวงกิจการภายในยืนยันอาคารทุกแห่งในกาตาร์ปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ถึงกระนั้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาประเด็นความปลอดภัยว่าห้างแห่งนี้ขาดตกบกพร่องหรือไม่
ห้างสรรพสินค้าวิลลากิโอเปิดทำการเมื่อปี 2549 เป็นศูนย์สรรพสินค้าสไตล์อิตาลี ภายในบริเวณประกอบด้วย โรงแรม สวนสนุก และคลองที่มีเรือกอนโดลา จำลองบรรยากาศนครเวนิสในอิตาลี - สำนักข่าวไทย

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


10 สัญญานเตือนภัย

คนใช้รถทุกวันนี้ บางคนอาจจะแค่ขับไปทำงานแล้วกลับบ้าน บางคนก็ขับไปไกลๆถึงต่างจังหวัด มีหลายคนที่ขับอย่างเดียว โดยที่ไม่สนใจหรือเอาใจใส่รถของตัวเองว่ามีสิ่งผิดปกติอะไรบ้าง ทั้งที่รถทุกคันควรได้รับการดูแลและตรวจเช็คก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิต "ผู้จัดการ มอเตอร์ริ่ง" จึงแนะนำวิธีตรวจเช็ครถของคุณเบื้องต้น กับ 10 สัญญาณเตือนที่จะบ่งบอกได้ว่ารถของคุณนั้นอาการน่าเป็นห่วง
      
       1. สัญญาณเตือน
          เราสามารถรับสัญญาณบอกอาการผิดปกติของรถได้ โดยใช้ประสาททั้ง 5 คือ การเห็น การฟังเสียง การได้กลิ่น การจับต้องชิ้นส่วนนั้น ๆ และการลองขับดู  ถ้าสังเกตพบสิ่งผิดปกติต่อไปนี้ ให้รีบทำการตรวจเช็คและซ่อมแซมโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อไปยังอุปกรณ์อื่น ๆ มากขึ้นกว่าเดิม
       2. เครื่องยนต์
       เครื่องยนต์คือหัวใจของรถ ถ้าเครื่องยนต์มีอาการดังนี้
       - เครื่องร้อนจัดเกินไป ขับไปได้ไม่เท่าไร ความร้อนก็ขึ้นสูงเสียแล้ว
       - เครื่องเย็นเกินไป แม้จะขับมาระยะทางไกลพอสมควรแล้ว เข็มวัดอุณหภูมิยังไม่กระดิก
       - มีเสียงดังผิดปกติจากเครื่องยนต์
       ควรนำเข้าตรวจสภาพที่ศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ
      
      3. ยาง
       การสึกหรอของดอกยางแบบต่าง ๆ บอกเราได้ว่ายางผิดปกติไปอย่างไร
       - ดอกยางตรงกลางล้อ สึกหรอมากกว่าขอบ แสดงว่าเติมลมแข็งเกินไป
       - ดอกยางขอบล้อ สึกหรอมากกว่าตรงกลาง แสดงว่าเติมลมอ่อนเกินไป
       - ดอกยางสึกหรอข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่ามุมแนวตั้งของยางไม่ตรง
       - ดอกยางเป็นบั้ง ๆ แสดงว่าแนวของยางไม่ขนานกับแนวเคลื่อนที่ของรถ
       นำรถเข้าอู่เพื่อตั้งศูนย์ล้อ หรือปรับแรงดันลมยางใหม่

     4. คลัตซ์
       คลัตซ์ที่มีปัญหา จะทำให้ควบคุมเกียร์ไม่ได้ อย่าละเลยอาการเหล่านี้
       - คลัตซ์ลื่น หรือเข้าคลัตซ์ไม่สนิท หรือเหยียบแป้นคลัตซ์แล้ว แต่ยังเข้าเกียร์ได้ยาก
       - คลัตซ์มีเสียงดัง เมื่อเหยียบแป้นคลัตซ์
       - แป้นคลัตซ์สั่นขึ้น ๆ ลง ๆ ขณะกำลังขับ
       ควรนำรถเข้าอู่ซ่อมช่วงล่าง หรือศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ
      
       5. เกียร์
         เกียร์จะทำหน้าที่เปลี่ยนแรงบิดของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับความเร็ว สัญญาณบอกเหตุว่าเกียร์มีปัญหาคือ
       - มีเสียงดังทั้งในขณะอยู่ที่เกียร์ว่าง หรือเข้าเกียร์ใดเกียร์หนึ่งอยู่
       - เปลี่ยนเกียร์ยาก มีอาการติดขัด หรือต้องขยับอยู่นาน
       - มีเสียงดังขณะเข้าเกียร์ ทั้ง ๆที่เหยียบคลัตซ์แล้ว
       - ห้องเกียร์มีน้ำมันหล่อลื่นไหลออกมา
       ควรนำรถเข้าอู่ตรวจสอบห้องเกียร์

    6.พวงมาลัย
       พวงมาลัยที่มีปัญหาเหล่านี้ จะทำให้อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ยางเฟืองท้าย ชำรุดตามไปด้วย
       - พวงมาลัยหนัก หรือต้องใช้แรงมากผิดปกติในการบังคับเลี้ยว
       - พวงมาลัยหลวมเกินไป โดยมีระยะฟรีเกิน 1 นิ้ว
       - พวงมาลัยสั่นในขณะขับ
       ควรนำเข้าศูนย์บริการเฉพาะยี่ห้อ
      
       7. เบรก
           ถ้าพบว่าเบรกมีอาการผิดปกติ ต้องรีบแก้ไขทันที เพราะเบรกชำรุด นำมาซึ่งอุบัติภัยได้ง่ายที่สุด
       - เบรกลื่น หยุดรถไม่อยู่ แม้จะไม่ได้ลุยน้ำ
       - เบรกแล้วรถปัดไปข้างใดข้างหนึ่ง
       - แป้นเบรกยังจมลึกลงไปทั้ง ๆ ที่ถอนเท้าออกมาแล้ว
       ควรนำรถเข้าอู่ซ่อมเบรกทันที
      
       8. ไฟชาร์จ
           ไฟชาร์จ ควรจะปรากฏขึ้นที่แผงหน้าปัดทุกครั้งที่เราสตาร์ทเครื่อง และเมื่อสตาร์ทติดแล้ว ครู่หนึ่งก็จะดับลง แต่ถ้าไฟชาร์จไม่สว่าง หรือสว่างแล้วไม่ยอมดับ อาจเกิดจากไดชาร์จผิดปกติหรือสาเหตุอื่น ๆ ก็ได้ ที่แน่ ๆ คือไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ รีบนำรถเข้าอู่ไดชาร์จหรือระบบไฟ

     9. หลอดไฟ
       หลอดไฟขาดบ่อย ๆ หรือต้องเติมน้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรี่บ่อยเกินไป แสดงว่าอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า?เรกูเลเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟให้เหมาะสมชำรุด  ควรนำรถเข้าอู่ระบบไฟ เพื่อซ่อมเร**เลเตอร์ หรือหากชำรุดก็อาจจะต้องเปลี่ยนใหม่
      
       10. น้ำมันหล่อลื่น
        ถ้าสัญญาณไฟเตือนระบบน้ำมันหล่อลื่นสว่างขึ้นในขณะขับขี่รถยนต์ หมายถึงว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานโดยปราศจากน้ำมันหล่อลื่น รีบนำรถไปยังอู่ที่ใกล้ที่สุดทันที
      
       ถ้าอู่อยู่ไกล ให้เติมน้ำมันเครื่องใส่ลงในถังน้ำมันหล่อลื่นไปก่อน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ถ้าเป็นสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นแห้ง ควรใช้รถลากไปอู่ซ่อม

เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการชน ให้จอดรถ ดับเครื่องยนต์ทันที ดึงเบรคมือ เปิดกระจกรถปิดสวิตช์กุญแจ และดึงกุญแจออกจากสวิทช์ เปิดฝากระโปรงหน้าและท้ายรถลงจากรถพร้อมนำของมีค่าและถังดับเพลิง (ถ้ามี) ออกมาด้วยเปิดฝากระโปรงหน้าและหลัง สังเกตดูอาการผิดปกติ

**ในกรณีเป็นถังมัลติวาล์ว ของ เอ็นเนอร์จี รีฟอร์ม (Energy Reform Multivalve) ไม่ต้องปิดวาล์วด้วยตนเอง เนื่องจากระบบ I.S.S (Intelligent Safety System) ที่ตัวของมัลติวาล์ว จะปิดทางไหลออกของแก๊สจากถังโดยอัตโนมัติทันทีที่ปิดสวิตช์ เครื่องยนต์หรือดับเครื่องยนต์ (หากเป็นกรณีต่อวงจรของสวิตช์ ผ่านสวิตช์กุญแจรถยนต์ – IGN)**
เพื่อความมั่นใจว่าแก๊สจะไม่ไหลออกจากถัง ให้ปิดวาล์วที่ถัง โดยหมุนวาล์วตามเข็มนาฬิกาจนสุด
ดึงฟิวส์ของระบบแก๊สข้างแบตเตอรี่ออก เพื่อตัดการทำงานของระบบแก๊ส
หากมีกลิ่นแก๊สหรือน้ำมันเชื้อเพลิง ให้รีบออกห่าง
หากมีเพลิงไหม้ให้รีบดับเพลิงที่ต้นเพลิงทันที หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน
หลังเกิดอุบัติเหตุ ก่อนการใช้รถยนต์ด้วยระบบแก๊สอีกครั้ง ควรนำรถของท่านเข้ารับบริกาีรตรวจเช็คจากช่างผู้มีความชำนาญในระบบแก๊สก่อน

อุบัติเหตุจากการกระแทก
จอดรถ ดับเครื่องยนต์ทันที ดึงเบรคมือ เปิดกระจกรถ
ลงจากรถพร้อมสังเกตกลิ่นรั่วของเชื้อเพลิงทั้ง 2 ชนิด (แก๊สและน้ำมัน) แล้วรีบปิดวาล์วมือที่ถังแก๊ส (กรณีที่ใช้ถังวาล์วมือหมุนแบบธรรมดา)
ถ้าเชื้อเพลิงรั่ว ให้แจ้งเหตุฉุกเฉิน ไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์อีก เพราะอาจเกิดประกายไฟได้
ให้สังเกตุกลิ่นเชื้อเพลิงรั่วประมาณ 5 นาที
ถ้าไม่มีเชื้อเพลิงรั่ว ให้ทดลองสตาร์ทเครื่องยนต์ (ปกติระบบจะสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยน้ำมันทุกครั้ง)
สังเกตุกลิ่นอีกครั้งประมาณ 3 นาที
ทดลองเปิดวาล์วที่ถังแก๊ส และสวิตช์เข้าระบบแก๊ส สังเกตกลิ่นแก๊สอีกครั้ง ถ้าไม่มีกลิ่นผิดปกติก็ขับต่อไปได้
แต่ถ้ายังมีกลิ่นแก๊สอยู่ ให้ยกเลิกระบบแก๊ส แล้วขับด้วยระบบน้ำมันแทน (ควรนำรถของท่านเข้าศูนย์บริการรถยนต์ และศูนย์บริการแก๊สโดยเร็ว)